Peerawas 的个人资料Kriang's space照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
7月16日 Melbourne Tripนี่อาจจะเป็น Blog ที่ยาวที่สุด ตั้งแต่ทำ Blog มาเลย…. เพราะมีเรื่องราวมากมายให้พูดถึง… มันเริ่มตั้งแต่ เราอยากไป Melbourne ตั้งนานแล้ว เพราะว่า ไหนๆ ก็มาที่นี่แล้ว อยากใช้ชีวิตให้มันคุ้ม Life is short…. นะ มันคงไม่มีค่าอะไรเลย พอเรากลับไปเมืองไทย แล้วบอกว่า อ้อ ผมทำงานไป เรียนไปครับ เก็บตังได้ตั้งเยอะ ตั้งแยะ… แต่ไม่ได้ออกไปเห็นโลกอันกว้่างใหญ่ รู้สึกอิจฉา เพื่อนเกาหลี ที่ไปด้วยกันมาก มันไปมาหลาย ประเทศ มีเพื่อนต่างชาติมากมาย… ไม่รู้ทำไม มันมีเงินเก็บ เยอะขนาดไปเที่ยวต่างประเทศ ได้บ่อยขนาดนั้นนะ Trip นี้ เริ่มจาก Ray (Ham Hong Sig) ชักชวนเพื่อนๆ ใน class ว่า ไป Melbourne กันเถอะ เพื่อนหลายๆ คนสนใจ… แต่พอเห็นราคา ประมาณ 800$ ก็ถอยกันไปหมด… ตัวเราเองก็คิดว่า มันเยอะว่ะ แต่ว่า เฮ่ย อยากไปอ่ะ สรุป เหลือกัน 3 คน เกรียง Ray and Mohammed (เพื่อน Syrian) พอดี รู้จักกับ Roy ฝรั่งที่เค้าอยู่ Melbourne แล้วเค้าก็บอกว่า เฮ่ย ถ้ามากัน 3 คนอ่ะ เค้ายินดี ช่วยเหลือนะ ตอนแรกก็เกรงใจ แต่เค้าก็ยังยินดีที่จะช่วยเหลือ เพราะเค้าบอกว่า เค้าชอบที่จะช่วยเหลือคน…. แล้วเค้าก็ว่างด้วย (น่าจะว่างมาก เพราะทำงาน แค่ 7 วันต่อเดือนเองมั๊ง) เค้าบอกว่า มันมีสำนวนของภาษาอังกฤษ ว่า “There is more happiness in giving than in receiving” ก็คงเหมือนเราแหละ เรามีความสุขจากการให้ Ray ก็จองเครื่องบินให้อย่างรวดเร็ว เพราะว่า มันเป็นช่วง School Holiday ซึ่งทุกคนจะออกไปเที่ยวกันเยอะมาก (ซึ่งมันก็จริง) แล้วเราก็ติดต่อกับ Roy ว่าจะไปไหนกันบ้าง คุยกับเพื่อนที่จะไป …. เสียดายที่ Hollie ไปไม่ได้ ถ้า Hollie ไปได้ คงจะได้ภาพสวยๆ กว่านี้มาฝาก แต่ภาพที่ Roy ถ่ายมาก็สวยดีแหละ ทำให้เรารู้สึกเลยว่า กล้อง DSLR นี่มันถ่ายออกมาแล้วสวยกว่า กล้อง Compact จริงๆ
สายการบินที่จองคือ Tiger Airway ตั๋วไปกลับ ประมาณ 160$ ก็ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง ครั้งแรก… แต่คิดว่าไม่แพงมากหรอก วันที่จะไป ตอนกลางคืน แอน ชวนไปกินอาหารเกาหลี แล้วดันไปต่อ Karaoke ชวนแก๊ง พี่เต้ย ที่อยู่ที่ C-Bar มาจอย มันกันมากๆ กว่าจะถึงบ้าน ตีห้า พอถึง 8 โมง ได้รับ SMS จาก Ray บอกว่า Mohammed อยู่ Central station เพราะว่า โกหก น้า ว่า ออกไปทำงานที่ Newcastle ตั้งแต่ตี 5 ก็เลยพามันมาที่บ้าน พอถึงเวลา Ray บอกว่า มันเป็น Haemorrhoid มันคืออะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าเป็นที่ตูด ก็คงเป็น ริดสีดวงล่ะมั๊ง แต่ Ray ก็ยังไป เพราะว่า ทุกอย่างอยู่ที่ Ray Trip จะไม่เกิดขึ้น ถ้า Ray ไม่มา… เพราะ Mohammed ก็ไม่ได้อยากมาเหมือนกัน เฮ้อ สุดท้ายก็มาถึง Melbourne โดยสวัสดิภาพ หลับตลอดการเดินทาง เพราะเหนื่อย แล้วก็ง่วงสุดๆ Landing ที่สนามบิน Tullmarine Terminal 4 บอกตามตรงว่า เฮ่ย บ้านนอกมากกก นี่หรือ Melbourne แล้วเราก็โทรหา Roy แล้วก็รับเราไป Apollo Bay เย้
พอพ้นสนามบิน เล็กๆ แห่งนั้นมา ก็พบว่า เฮ้ย บ้านเมือง ที่นี่ ดูดีกว่า Sydney อ่ะ ไม่ว่าจะเป็น ถนนก็กว้างกว่า แล้วดูเหมือนจะเหลือที่ไว้ขยายได้อีก ทั้งๆ ที่มันก็ 8 เลนแล้วนะ, วิวก็สวย ถูกออกแบบมาอย่างดี ก็อย่างว่าแหละ มันเป็นเมืองที่สร้างมาทีหลัง มันก็ต้องมีการออกแบบ วางแผนมาเป็นอย่างดี, ตึก ราม บ้านช่อง ก็ถูกออกแบบมาให้ดูดี สวยงาม ทุกอย่างดีหมด ระหว่างทางก็พูดคุยกับ Roy ไป เอ่อ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นัก ภาษากรูไม่แข็งแรง ฮ่า ฮ่า ได้แต่ Yes, no , ok ไปตามประสา ฮ่า ฮ่า (แต่พอหลังๆ ก็ฟังเข้าใจเกือบหมดนะ เหมือนหูเริ่มปรับตัวได้) ระหว่างทาง Roy ก็แนะนำนู้น นี่ไป ตามประสา คนที่เค้าอยู่ที่นี่ แล้วก็รู้เรื่องประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี เราก็คงแนะนำอย่างนี้กับเค้าเช่นกัน ถ้าเค้าจะไปเที่ยวไทยกับเราบ้าง…. ก็ถ่ายรูปกันไปตามประสา… ถนนค่อนข้างมีทางคดเคี้ยวเยอะ ก็สร้างความลำบากในการเดินทางพอสมควร…. อย่างตอนที่ไปแถว Lorne ตรงนี้ก็มีชื่อเสียง แต่ว่าเราไม่ได้แวะพัก (จริงๆ ความตั้งใจของ Roy ขากลับจะมาทางนี้นะ แล้วแวะดูอะไรนิดหน่อยแหละ แต่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน) ที่ Lorne จะมี Lighthouse อยู่ เราสามารถขึ้นไปได้ (แต่ต้องเสียตัง) เนื่องจากสมัยก่อน แถวนี้มีเรือขนส่งสินค้า มากมาย ขณะที่ทะเลแถวนั้นก็นี้แต่โขดหิน มากมาย เรือล่มกันเป็นแถว ขนาดจนถึงตอนนี้ก็ยัง กู้ไม่หมด ก็ต้องมี Light house เพื่อช่วยส่องไฟให้เรือในเวลากลางคืน…. สุดท้ายก็ไปถึง Apollo Bay โดยสวัสดิภาพ Check in ที่ Motel ราคา 170$/night ก็ไม่แพงมาก อยู่กันได้ 6 คนสบายๆ เลย…. มีครัว มีห้องน้ำใหญ่มากๆ Ray เจ็บมาก ก็เลยไม่ออกไปไหน Kriang , Roy and Mohammed เลยออกไปซื้อของกินกัน เผื่อ Breakfast แล้วเราก็ออกไปกินข้าวเย็น กับ Roy เพราะว่าอีกสองคน ไม่อยากออกไปไหน พอกินเสร็จ อ้าว ร้านอื่นปิดหมดเลย ปิดกันเร็วมากๆ เลยต้องทำกับข้าวให้ไอ้สองคนนั้นกินกัน เศร้า…. แล้วก็นั่งดู TV กันอีกนิดหน่อย เรื่อง Music and Lyrics เพิ่งเคยดูครั้งแรก ก็สนุกดีนะ Ray and Mohammed หลับไปตั้งนานแล้ว… วันนั้นนอนหลับสนิทมาก เพราะว่าเหนื่อยสุดๆ แล้วก็ได้นอนแค่ 3 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ Mohammed นอนกรนเสียงดังมาก ตื่นขึ้นมาอีกที ตอนเช้า ก็ Good morning กับทุกคนแล้วก็ อาบน้ำ ทำ Breakfast มากิน…. วันนี้ เราจะไป Port Cambell กัน ไปดู Twelve Apostles หรือไปดูก้อนหิน นั่นแหละ แต่ระหว่างทางที่ไปเนี่ย โคตรไกล แต่ว่าไม่เบื่อเลย เพราะว่า บางทีก็ขับรถ ชมความงามของทะเล แล้วท้องฟ้าที่แจ่มใส แล้วก็ขับไปชมความงาม และความอุดมสมบูรณ์ของป่า และพื้นที่ Farm ได้เห็นพื้นที่กว้างๆๆๆๆ มีเลี้ยงสัตว์ทั้ง แกะ วัว ม้า ข้างๆ มีบึงใหญ่ๆ อะไรมันจะสวยขนาดนี้ เพื่อนบอกว่า วิวนี้เค้าชอบมาก เหมือน Scotland เลย…. คือไม่เคยไปอ่ะ ก็เออ ออไปก่อน…. ฮ่าฮ่า แถวนี้เค้าเรียกว่า Glenaire มั๊ง
สักพักก็ไปถึง Twelve Apostle ตรง Gibson step เท่าที่เข้าใจนะ เนื่องจาก คลื่นพัดเข้าหาฝั่ง ด้วยความแรงสูง เป็นเวลาหลายพัน หลายหมื่นปี ทำให้ โขดหิน หน้าผา ถูกซัดกร่อน กลายเป็นรูปร่างต่างๆ กันไป…. ระหว่างทาง Roy ก็เล่านู้นเล่านี้ให้ฟังอีกแหละ เช่น ถนนตรงนี้นะ ใช้คนขุด เออ แม่งโหดจริงๆ ว่ะ หินทั้งนั้นเลย
ลมก็แรงสุดๆ ไม่แปลกที่ต่อไปอีกไม่นาน มันจะค่อยๆ ผุกร่อนไป… พอถึงรุ่น ลุกหลานของเรามันอาจจะไม่เป็นแบบในภาพนี้แล้วก็ได้ จากนั้น Roy ก็ขับรถต่อไปอีกนิด Lord ard Gorge เป็นชื่อเรือจาก Ireland ที่ล่ม แล้วมีคนรอดแค่สองคน เด็กผู้ชาย อายุ 18 หลุดเข้ามาในช่อง แล้วปีนขึ้นมาขอความช่วยเหลือจาก Farmer แถวๆ นั้น แล้วก็ช่วยเด็กผู้หญิงอีกคน ที่หลุดเข้าไปในถ้ำ ที่ไปดู คือถ้ำลึกเข้าไปประมาณ 100-200 m. แล้วก็คลื่นแรงสุดๆ หน้าผาก็ไม่ได้ดูว่าจะปีนง่ายเลย สัญชาติญาณในการเอาตัวรอดสูงมาก จากนั้น Roy ก็พาไปกิน Pine ที่เมืองเล็กๆ แล้วก็เดินทางกลับ เก็บรูปภาพอีกนิดหน่อย Roy พา Ray ไปหาหมอแถวๆ Apollo Bay แล้วก็เกิดเรื่องครับ Ray ต้องผ่าตัด…. ต้องไปที่โรงพยาบาล Colac ไกลจาก Apollo Bay ประมาณ 70 kg. โอ้ ก็ไม่คิดอะไรมาก ก็พาไปเลย ไปด้วยกัน ที่นี่รู้สึกว่า โรงพยาบาลบริการดีกว่าใน Sydney มากๆ เจ้าหน้าที่ก็ Friendly กว่า…. แถมเพื่อนตอนออก ไม่ต้องจ่ายตังด้วยนะ เพราะโรงพยาบาล Claim จากบัตรประกันสุขภาพเองเลย โอ้ สุดยอดดดด มาต่อเรื่อง Ray ถ้า Ray ผ่าตัด เราก็ต้องอยู่ Apollo bay นานกว่าเดิม 1 วัน….ไม่เป็นไร จากนั้นก็ไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารจีน ก็งั้นๆ อ่ะ แล้วก็กลับ วันนั้นกว่าจะถึงที่พักที่ Apollo Bay ก็ประมาณ 4 ทุ่ม เข้านอนกันอย่างรวดเร็ว ฮ่า ฮ่า ระหว่างทางก็คุยกับ Roy เรื่องต่างๆ นานา ครอบครัว อาชีพของครอบครัวเรา ว่าทำอะไร เป็นไง ดีมั๊ย อยากอยู่นี่ หรือ อยากอยู่เมืองไทย คุยกันจนถึง Apollo bay แบบไม่รู้ตัว ภาษาเราก็ดีขึ้นแบบไม่รู้ตัวเช่นกัน ส่วนไอ้ Mohammed นอนอยู่ข้างหลัง แถมกรนด้วย ฮ่า ฮ่า คืนนี้นอนไม่ค่อยหลับ… เพราะ Mohammed กรน แสรดดด ตื่นขึ้นมา ก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก รอ Mohammed อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็ไปหา Ray ที่โรงพยาบาล ไปถึงก็ไปเดินเล่นในเมืองก่อน ก็ไม่มีอะไรมาก เมืองเล็กๆ แล้วก็ไปหา Ray ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่นี่เป็นมิตรมาก สักพัก หมอก็เข้ามาคุยกับ Roy ว่าเล่าให้ฟังว่าทำอะไรไปบ้าง แล้วก็แนะนำว่าอยากให้นอนที่โรงพยาบาลต่ออีกคืน เพราะว่าหมออยากให้นอนพักที่โรงพยาบาลต่ออีกคืนนึง ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่หมอนี่ก็คุยแบบตลกๆ สนุกๆ ดี แอบแนวทะลึ่งนิดๆ ฮ่าฮ่า จากนั้นก็ไป ซื้อของมาให้ Ray ของกินแล้วก็หนังสือ Roy ออกให้หมดเลย เฮ้อ จากนั้นก็อยู่คุยกันแป๊บนึงแล้วก็กลับ วันนี้กิน Pizza กัน ไม่อร่อยอ่ะ คิดถึง Adam’s Pizza เลย แต่เพื่อนก็ชอบกันนะ Roy บอกว่าแถวบ้านเค้า ร้าน Pizza ถูกแล้วก็ให้เนื้อเยอะมากๆ วันนี้ก็ดูหนังกับ Roy แหละ เพราะไม่รู้จะทำอะไร…. เสร็จแล้วก็นอน วันนี้ Mohammed ไม่ค่อยกรนเว้ย ฮ่า ฮ่า แล้ววันต่อมาเก็บของกลับ แล้วก็ไปรับ Ray ที่โรงพยาบาลแล้วก็ไปเข้าเมืองไป Ballarat กันเลย ระหว่างทาง Roy ก็ถามว่าวันนี้จะคุยกันเรื่องอะไรดี เพราะตลอดเวลา เราจะคุยกันตลอด ทั้งเรื่องภาษา ประวัติศาสตร์ Roy บอกว่า สมัยก่อน คนที่ไม่รู้หนังสือมีเยอะ ไม่แปลกที่ชื่อในสมัยนี้ ออกเสียงเหมือนกัน จะสะกดต่างกัน ซึ่งมันก็ใช่นี่หว่า เพราะอย่างชื่อไทยของเราเองก็เถอะ หรืออย่างภาษาของคนในบ้านนอก ก็อาจจะแปลกๆ ออกไปแล้วก็อาจจะดูเหมือนว่ามันผิดหลัก Grammar แต่ว่าไม่ใช่เลย อ้อ ก่อนกลับ ก็ถ่ายรูป พระจันทร์กับ พระอาทิตย์ที่ Apollo Bay กลับเก็บมาด้วย สวยดี
มาถึง Ballarat กินข้าวกันก่อน แล้วก็ไป Souvenir hill. ค่าเข้า 40$ แต่ว่า Roy ไปถามว่า Student ได้ Concession รึเปล่า สรุปว่าได้ เลยเหรอ 30$ เย้ เข้าไปก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ แล้วก็บ้านเมืองที่ดูเก่า ก็ OK อ่ะ ชอบรถม้า มากๆ เพราะม้าตัวใหญ่สุดๆ ก็เข้าไปดูนู้น ดูนี่ คือช่วงตื่นทองเนี่ย ทั่วทุกสารทิศ ก็เข้ามาที่นี่เพื่อขุดทอง พอทองหมด ก็แยกย้ายกันไปหาที่อื่น หรือไม่ก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ แบบคนจีน Roy ซื้อเหรียญทองให้ ข้างหลังมี ภาษาจีนเขียนอยู่ Roy ก็อธิบายให้ฟังแหละ แต่ว่าเราจำไม่ได้ ตอนนั้นตกใจว่า เค้าซื้อให้เราทำไม แล้วก็ซื้อ สบู่ให้ Ray Ray ก็ตกใจว่าเค้ารู้ได้ไงว่า Ray ชอบเครื่องหอม แล้วก็ซื้อลูกอมให้ Mohammed มีอะไรให้เล่นเยอะแหละ อย่างสอนเต้นอะไรก็ไม่รู้ ดูน่าสนุกดี หรือเดินมุดถ้ำใต้ดินลึกลงไปประมาณ 10 Metres จากนั้นก็กลับ เพราะว่าบ้าน Roy อยู่ค่อนข้างไกล แล้วอาจจะต้องเจอกับ รถติด แล้วก็เจอจริงๆ สุดๆ แล้วก็แวะกินข้าว Roy แนะนำให้ลองกินอะไรแปลกใหม่บ้าง ก็เลย Indian Food ร้านหรูมาก ราคาก็โอเคอ่ะ เป็นครั้งแรกที่กินอาหารอินเดีย คิดมาตลอดว่าไม่อร่อย ไม่อร่อย แต่พอมากินแล้ว เฮ่ย อร่อยว่ะ รสชาติจัด สะใจดี สั่ง Wine มาดื่มด้วย ก็กินไป 3 แก้ว เพราะคนอื่นๆ ไม่ค่อยกินกัน สั่งนู้น สั่งนี่มากินเยอะอ่ะ จ่ายไป 97$ ก็ไม่แพงมาก จ่ายให้ Roy ด้วย พอไปถึงบ้าน Roy เฮ่ย แม่งใหญ่ว่ะ ชั้นเดียว แต่ว่าใหญ่ แล้วก็ดูดี มากๆ ข้างในดูหรูหรา Hiso สุดๆ เตียงนอนดีๆ ห้องน้ำยังดูหรูเลย เตียงนี่มีผ้าห่มไฟฟ้าด้วยนะ ไม่ต้องกลัวหนาว ก็อาบน้ำแล้วก็นอนกัน เพราะเหนื่อยกันมากๆ ตื่นขึ้นมาอีกที เช้า ไอ้เหี้ยหนาวโคตร Roy บอกว่าไปดู Fross สิ ก็ออกไปเลย ทั้งๆ ที่หนาวจะตาย แต่ก็สวยดีอ่ะ แล้วก็หาสัญญาณมือถือ ด้วย สวนเค้าก็มีต้นไม้เยอะแยะไปหมด อะไรนักก็ไม่รู้ ถ้าตอน Spring มันคงจะสวยกว่านี้แหละ เค้าทำธุรกิจ Nursing Plant ด้วยแหละ
วันนี้ Roy ทำงานของเค้า แล้วก็ไปหาแม่เค้าที่ Nursing Home ก็เลยขอติดไปด้วย ขี้เกียจอยู่บ้านเฉยๆ เค้าก็ไปเก็บตัวอย่างน้ำ จากโรงงานของที่เค้าทำ Cooling Tower Service อยู่ ถ้ามันสกปรก เค้าก็จะทำความสะอาดให้ ประมาณนั้น แล้วก็ไปหาแม่เค้าที่ Nursing Home เพราะเมื่อวาน แม่เค้าล้ม ซึ่งเป็นครั้งแรกเลย ไปถึง แม่นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ ในมือก็ถือชา Roy ไปถึงก็บอกแม่ แล้วก็ถือถ้วยชาไปเก็บ แม่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที จนเกรียงตกใจ เพราะเค้าอายุ 78 แล้ว ภาพที่เห็นประทับใจมาก เพราะว่า เหมือนเค้าอยากเจอลูกเค้ามาก ถึงแม้เค้าอยู่ที่นี่ จะมีเพื่อนมากมายเพื่อนของแม่คนนึง ก็พูดว่า “Lucky You” แล้ว Roy ก็แนะนำเราให้รู้จัก ก็จับมือกัน แม่เค้าก็ Nice มากๆ มีขอโทษเกรียงด้วยนะ ที่เค้าลืมพูด Hello ทั้งๆ ที่เกรียงควรที่จะพูดก่อน หรือแนะนำตัวเองก่อน จากนั้นก็จูงมือ แม่เค้าไปตลอด Roy ก็พาไปกิน KFC เพราะแม่เค้าชอบ ก็กินกันแบบฝรั่งแหละ Hamburger แล้วก็ไปขับรถไปส่ง ก่อนกลับก็ลากัน แล้วก็กอดแล้วก็หอมแก้ม กันตามประสาวัฒนธรรมของเค้า เป็นแม่ที่น่ารักมากๆ แม่เค้าจะไม่ยอมเข้าไปจนกว่าจะเห็นรถ Royลับหายไปจากสายตา หรือถ้า Roy เข้าไปส่งในห้อง แม่จะออกมาส่งข้างนอก ฮ่า ฮ่า แต่ Roy เล่าว่าแม่เค้าเป็นโรคความจำเสื่อม เค้าอาจจะพูดอะไรที่ดูแปลกๆ ไป เช่น เห็นคนบนต้นไม้ เพราะแม่เห็นคนนั่งอยู่ แล้วก็ไปเห็นต้นไม้ แล้วภาพก็ซ้อนกัน จนกลายไปเป็นเห็นคนบนต้นไม้ ที่แม่ต้องมาอยู่ที่นี่เพราะ Roy บางทีไม่อยู่บ้าน แล้วก็ไม่มีคนดูแล บางทีก็อาจจะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อตัวเค้าเอง แต่บางทีก็เศร้านะ เพราะ Roy บอกว่า บางที แม่ก็ เก็บของใส่กระเป๋า แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวลูกชายจะมารับ ส่วน Sister and Brother ก็ไม่ค่อยจะมาดูแล เค้าเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นแม่ป่วยเกี๋ยวกับโรคตา Roy ก็พาไปหาหมอทุกอาทิตย์ แต่ Roy ไปเที่ยว ตุรกี ก็เลยฝากให้ Brother ดูแลให้ แต่ Brother กลับขอร้องให้คนอื่นดูแลให้ แบบน่าเกลียดมาก เกรียงก็พูดกลับไปว่า คนไทยเชื่ออยู่อย่างนึงนะ ว่า ถ้าเราทำอะไร เราจะได้แบบนั้น เค้าก็พูดเลยว่า เออ ใช่ เค้ากำลังจะรอดู Sister เค้า เพราะเธอก็ใกล้จะ 60 แล้ว แล้วเค้าก็เชื่อว่า ลูกชาย ของเธอคงจะไม่ดูแลเธอ คงจะทำกับเธอแบบที่ เธอทำกับแม่ เพราะว่า เมื่อลูกไม่ได้เห็นว่า แม่ดูแลยาย แล้วทำไม เค้าจะต้องดูแลแม่เค้าล่ะ จากนั้นก็แวะซื้อของ Safeway แล้วก็เข้าบ้าน บางครั้ง หลายๆ ครั้งที่คุยกับ Roy จนลืมเวลาไปเลย เพราะ Roy แม่งพูดเก่ง ส่วนเกรียงเป็นผู้ฟังที่ดี Yes No ok อย่างเดียว เพราะพูดอย่างอื่นไม่เป็น ฮ่า ฮ่า วันนี้ Ray ทำเนื้อย่างเกาหลี เพราะไปซื้อเนื้อมาจาก Halal คือร้านขายเนื้อของ Muslim อ่ะ ส่วน Roy ทำ Vegetable Roast เป็น English Dinner อ่ะ แล้วมันจะเข้ากันมั๊ย ฮ่าฮ่า แถมเกรียงหุงข้าวอีก ไม่รู้ว่า ถ้าทำของ Roy ไม่ต้องหุงข้าว Roy ก็เลยหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะเราเคยคุยกัน ว่า คนรวยของไทย ชอบกินข้าวเหลือ (เพื่อเหี้ยอะไรก็ไม่รู้) แต่ว่าบ้านเราไม่ชอบ และก็สอนว่า ข้าวแต่ละเม็ดคือเม็ดเหงื่อของชาวนา มันมีคุณค่ามากๆ แล้ว แฟนพี่เฟิร์น ที่เป็นคนเยอรมัน ที่พี่เฟิร์นเคยเล่าให้ฟัง ก็ไม่ชอบเช่นกัน เพราะว่า พ่อแม่เค้าอยู่ใน ช่วงสงคราม อะไรก็ไม่มีกิน แต่ Roy ก็พูดประมาณว่า มันก็แล้วแต่วัฒนธรรมอ่ะ เพราะบางที การเหลือไว้นิดหน่อยก็เป็นมารยาทที่ดี มันบ่งบอกถึงว่า เราอิ่มพอแล้ว แต่สุดท้ายก็กินหมด ฮ่าฮ่า
วันต่อมา ก็ขับรถไป Snow กัน ตอนแรกไปวัดป่าโพธิวัน ถ่ายรูปนิดหน่อย Roy อาจจะตื่นตาตื่นใจ แต่เราเฉยๆ ว่ะ ฮ่าฮ่า แต่พื้นที่ก็กว้างจริงๆ แล้วก็สวยงามดี จากนั้นก็ไปดูเขื่อน แล้วก็ถามเราว่าจะไป Snow ตรงไหน เล็กๆ แต่ว่าใกล้ หรือว่า ใหญ่ แต่ว่าไกล ตัดสินใจว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปใหญ่ๆ ดีกว่า แล้วมันก็ไกลจริงๆ ไปถึงค่าเข้า 35$ Roy จ่ายอีก แล้วมันก็ไม่มีอะไร หิมะ ก็เลอะๆ มันไม่ใช่เกร็ดหิมะอ่ะ มันเป็นน้ำแข็งไปแล้ว ง่า คนก็เยอะ มีอยู่ไม่กี่จุด ที่เป็นหิมะ ขาวๆ ก็พูดกับเพื่อนว่า That’s it??? มันก็บอกว่า Yes แล้วก็แนะนำว่า เกาหลี ดีกว่าเยอะ ฮ่าฮ่า แต่ก็ชอบที่นี่นะ ระหว่างทาง ขับรถ ตรงบริเวณนี้คือบริเวณที่เกิดไฟป่า ต้นไม้ที่ล้มตายสีดำ ตัดกับสีขาวของหิมะ มันก็สวยดี ไม่ได้ทำอะไรมากนัก แล้วก็กลับ ไม่คุ้มเลย ระหว่างทางก็คุยกันเรื่องไฟป่าแหละ แล้วก็ไปดูน้ำตก บริเวณที่เกิดไฟป่า แต่ก็เข้าไม่ได้ ถูกปิด เมืองกำลังจะถูกสร้างอีกครั้ง หลังจากถูกไฟป่าเผาทำลายไป เฮ้อ บ้าน Roy ก็เกือบโดนเหมือนกัน โชคดีที่มันหยุดซะก่อน ต้นไม้ก็เริ่มขึ้นมาแล้ว มีอยู่ต้นนึงพิเศษมาก เวลามันถูกไหม้ มันจะไม่ตาย จำกลไกไม่ได้แล้ว แต่อยู่ที่เปลือกของมันเนี่ยแหละ พร้อมรองรับไฟป่า ฮ่าฮ่า สัญชาติญาณในการเอาตัวรอด ในการปรับตัว แม้แต่กับในต้นไม้ ก็ยังมี
จากนั้นก็กลับบ้าน กลับไปทำ ต้มข่ากับผัดขิง ให้เพื่อนกิน Roy ชอบกินผัดขิงว่ะ เพิ่งเคยทำครั้งแรกเลยนะเนี่ย ฮ่าฮ่า ก็ไม่ได้อร่อยมากนะ คืนนี้นอนที่นี่คืนสุดท้ายแล้ว แต่ก็ดันนอนไม่หลับ Roy ก็มีปัญหากับแฟนเค้าที่ไทย เศร้าไป… ก็คุยกันในครัวตั้งนาน Roy คงเครียดเรื่องแฟนหนัก เลยขอไปนอนเร็ว เราก็เซ็งๆ กับเพื่อนก็เลยไปนอนเร็วเหมือนกัน เพื่อนก็เลยเข้านอนเร็วกันหมด ตื่นขึ้นมาอีกที ตีหนึ่ง เพราะมีโทรศัพท์ ว่าจะไปรับให้ Roy แล้วแหละ แต่ก็ไม่ได้รับ แต่ทีนี้ นอนไม่หลับเลยครับ เซ็งเลย ออกมานั่งเล่นหน้าเตาผิง แล้วก็…. ตัดสินใจเข้านอน…. วันนี้กลับ Sydney แล้ว Roy พาไปเดินเล่นในเมืองก่อน Ray ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ขึ้น Free Tram รอบเมือง ดูนู้นดูนี่ Roy ก็เล่านู้น เล่านี่ จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ บวกกับพิมพ์มาจนเริ่มเหนื่อยแล้ว
ก็หาซื้อของฝากให้ Roy ตอนแรกว่าจะเอากะทะ แต่ราคามันแพงเกินไป ก็เลยซื้อสบู่ให้ Ray เป็นคนเลือกอ่ะ อ้อไปกินข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นด้วย ราคาถูกกว่า Sydney จมเลย แล้วก็เดินทางกลับ ขากลับเรื่องมาก ลำบากกว่าตอนขามา มากมาย แถมตอนอยู่บนเครื่องปวดหูมากว่ะ หลายๆ อย่าง Melbourne อาจจะดีกว่า แต่หลายๆ อย่าง Sydney ก็ดีกว่านะ แต่ไม่รู้แหละ หลงรัก Melbourne เข้าแล้ว เบื่อ Sydney ตรงที่มีแต่คนไทยกับ Asia นี่แหละ แถมตอนนี้ที่ห้องมี Mauritius เพียบ ทำตัวน่ารังเกียจอีกต่างหาก 引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://kriangg.spaces.live.com/blog/cns!AAA4C55DBC31A9C4!2007.trak 引用此项的网络日志
|
|
|